1.
..หนึ่ง..
ด.ญ.28เป็นลูกคนที่หนึ่งและเป็นลูกเพียงหนึ่งเดียวของพ่อแม่
ความสัมพันธ์ของ28กับเลขหนึ่งจึงบังเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ลืมตา(โตๆถ้ากรีดขอบตา และตาตี่ๆถ้าเช็ดออก)
เลขหนึ่งเริ่มมีความสัมพันธ์ครั้งแรกกับฉันครั้งแรกตอนป.หนึ่ง เมื่อทำข้อสอบผิดไปหนึ่งข้อ และมีผลให้สอบได้ที่หนึ่ง
เท้าความกันไปถึงตอนนั้นก่อนสอบหนึ่งวันแม่พาไปไหว้พระ ไม่แน่ใจว่าไปขอให้สอบได้ที่หนึ่งมั้ย แต่แน่ใจว่าวันนั้นถือดอกบัวไปไหว้พระ และเป็นวันที่มืออันบอบบางของด.ญ.28ได้สัมผัสดอกบัวดอกที่หนึ่งในชีวิต และยิ่งกว่านั้นก็จำได้ว่ารู้สึกเจ็บมือนิดๆ เพราะก้านดอกบัวมีหนามเล็กๆอยู่ทั่ว ทำให้ฝังใจว่า..ดอกบัวมีหนาม
ดังนั้นเมื่อข้อสอบถามว่า ดอกไม้อะไรมีหนามจ๊ะ.. เลยไม่ลังเลที่จะกากบาทไปที่..ดอกบัวค่ะ โดยไม่สนใจตัวเลือกดอกกุหลาบที่เชิดสวยอยู่ข้างๆเลยแม้แต่น้อย
เป็นที่มาของหนึ่งคะแนนที่หายไป และเป็นการจำฝังใจว่าแม่บ้าการบนเป็นที่หนึ่ง
.......................................................
ต่อจากนั้นด.ญ.28ก็ติดใจเลขหนึ่ง สอบได้ที่หนึ่งติดต่อกัน6สมันยันป.6..
ตอนป.5เคยสอบได้ที่2 แต่ไม่เพียงกี่อึดใจทันใดนั้นเลขหนึ่งก็แผลงฤทธิ์เข้าให้ เพราะได้คะแนนวิทยาศาสตร์80หนึ่งคะแนน
คุณพ่อคนดีที่หนึ่งเห็นเลข80หนึงแล้วขมวดคิ้ว ถามว่าทำไมคะแนนน้อยจัง..คุณพ่อขา 80หนึ่งนี่ก็เกรด4นะคะ.. แถมคุณพ่อขาไม่ขมวดคิ้วที่บ้านเปล่าๆยังเอาคิ้วขมวดไปให้ครูประจำชั้นดูอีกคน
ครูก็ขมวดคิ้วตาม แล้วไปตามดูคะแนนให้ แล้วชีวิตเด็กหญิงก็พัวพันกับเลขหนึ่งอีกครั้ง เพราะครูกรอกคะแนนที่เธอได้หายไปหนึ่ง..ศุนย์ ต่อกันเป็น10คะแนน จริงๆแล้วได้90หนึ่ง เธอเลยกลับมาสอบได้ที่หนึ่งอีกครั้ง
คนที่สอบได้ที่หนึ่งตอนนั้นเลยหล่นชั้นมาเป็นที่2 ยังจำได้ว่าเป็นหนุ่มตี๋หน้าหล่อพ่อรวย ชื่อจรัญ..
คือ..ความจริงแอบชอบเค้าอยู่ พ่อไม่รู้เรื่องไปหาเรื่องให้เค้าหมั่นไส้เราเข้าให้
พ่อน่าจะรู้ดีกว่าหนูว่า..บางทีผู้หญิงยอม(แกล้ง)โง่หล่นมาเป็นที่2บ้าง
มันก็น่ารักดีนะพ่อนะ
..........................................................
พูดเรื่องหัวดีต้องต่อว่าขี้เกียจไปด้วย จำแม่นว่าด.ญ.28โดนอาจารย์เกลียดขี้หน้าทุกคน เนื่องด้วยเป้นเด็กหลังห้อง วันๆไม่สนใจเรียนเอาแต่วาดรูปเล่น อ่านการ์ตูน ไม่ก็เม้าท์กับเพื่อน แต่ก็หน้าด้านสอบได้ที่หนึ่งทุกครั้ง
เป็นตัวอย่างที่แย่มากๆ
แต่ก็ไม่มีใครกล้าว่าอะไรมากเพราะกลัวโดนแผลงฤทธิ์ไม่ยอมไปประกวดแข่งขันอะไรที่ไหน เพราะทุกครั้งที่ครูจำใจส่งไป..ก็พกรางวัลที่หนึ่งกลับมาให้ซะทุกครั้ง..เอากะมันสิ
ด้วยความที่ได้อะไรมาง่ายๆไม่ต้องพยายามจนติดนิสัย ก็ทำให้เกิดความบรรลัยเอาตอนม.ปลาย เมื่อสอบเข้าร.ร.เตรียมได้เพราะแม่บนไว้เยอะ เข้าร.ร.ชั้นดีก็หูตาสว่างกระจ่างใสว่าคนฉลาดกว่าเราขยันกว่าเรามีเท่าเหล่าทัพ แต่ถึงคิดได้...เราก็ขี้เกียจเข้าไส้แล้ว ไอ้ที่เราคิดว่าขยันแทบตายมันก็แค่สบายๆของคนอื่น
กรรมสนองตอนเกือบสาว คราวนี้ขยันเรียนเลขแทบกระอัก เกรดก็พักที่เกรดหนึ่ง ไม่ยอมขยับอยู่3ปีเต็ม..
ยิ่งช่วงสอบentranceที่สมัยนั้นสอบ2รอบเอาคะแนนดีที่สุด คะแนนเลขรอบแรกก็รัญจวนใจสาวศิลป์อย่างเราเป็นอย่างมาก ก็ชื่อสายมันบอกอยู่ว่าภาษา-คณิต แต่คณิตของเราก็คะแนนนิดหน่อยสมชื่อ..เต้มร้อยสอยมาแบบพอเพียงที่20หนึ่ง
ครั้งนี้แม่เป็นฝ่ายขมวดคิ้วให้บ้าง ส่งเรียนพิเศษตัวต่อตัวหามรุ่งหามค่ำหมดเงินหลายหมื่น คะแนนของลูกสาวก็พุ่งฉิวไปปลิวตกที่...
30..หนึ่ง
ผลกรรมที่ขี้เกียจมาทั้งชีวิตก็แผลงฤทธิ์ให้ความขยันเป็นหมันกันงานนี้
เสียselfสิ้นดี..ทำไมทำไม๊ ขยันแทบตายก็ไม่ได้ดี น่าบวชชีให้รู้กันไป
.....................................................
มารู้ตัวอีกทีเอา3ปีให้หลัง เมื่อน้องชายลูกพี่ลูกน้องที่อยู่บ้านน้าด้วยกันสมัยเรียนเตรียมมาแอบกระซิบบอกความในใจ
"นี่..พูดจริงๆนะ ไม่เข้าใจเลยว่ะ เจ้เข้าธรรมสาสตร์ได้ไง"
"ทำไม เพราะคะแนนเลขชั้นห่วยทั้งที่ขยันขนาดนั้นใช่มั้ย"
"เปล่าเลย..ไม่ใช่ จะบอกว่าเจ้ขี้เกียจแทบตาย..คิดตลอดว่าขี้เกียจแบบนี้ไม่มีทางเอนท์ติดแน่ๆ ว่าแต่..ใช้ไสยศาสตร์แขนงไหนวะ"
..............................................
เป็นอีกครั้งหนึ่งที่รู้ซึ้งว่าแม่บ้าการบนบานศาลกล่าวเป้นที่หนึ่งจริงๆ..แถมไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ซ้า...ทุ