illustrator by Audrey Kawasaki

 

 

7.

 

7.

นานะ

นานะ..ภาษาญี่ปุ่น แปลว่า เจ็ด

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ผูกพันกับภาษาญี่ปุ่นนัก..
ทั้งๆที่ตอนม.ต้นก็ไม่ใคร่หลงใหลการ์ตูนตาแป๋วตามเพื่อนเท่าไหร่..
ยิ่งสมัยม.ปลายก็ไม่ได้ตามกรี๊ดหนุ่มตี๋ผมเจ็ดสีสุดขั้วฝั่งแดนอาทิตย์อุทัยอย่างใครเขา..

มันเริ่มเมื่อไหร่นะ..

นานจนจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่
แต่ไม่นานจนลบความทรงจำทั้งหมดออกไปแน่ๆ

...........................................................

ชอบ..

หนังสือญี่ปุ่น
ภาษางงๆ ง่ายๆ(ทำไมง่ายแต่ทำเรางงได้น้า..) ชวนปวดหัว
เรื่องราวง่ายๆ ซับซ้อน(ทำไมเรื่องง่ายๆซับซ้อนได้น้า..) อ่านจบเจ็ดรอบก็ยังไม่เข้าใจ
แต่นั่นล่ะ เสน่ห์ของหนังสือญี่ปุ่น

ไม่เข้าใจ แต่ เข้าถึง
ทำเอาอึ้งไปนานหลังอ่านจบ
ตัวหนังสือหนึ่งบรรทัด ทำเอาคิดไปไกลเป็นเจ็ดร้อยๆนาที

blu / rosso / หนังสือของฮารูกิ มูราคามิ
สยบความหวือหวาไว้ใต้ความเรียบง่ายได้เงียบงัน..

หนังญี่ปุ่น
เนื้อเรื่องง่ายๆ ทำเอาหัวใจวายได้จริงๆ
หลายเรื่องที่อบอุ่นเหลือเกิน
ไม่น่าเชื่อว่าชาติที่มนุษย์ทุกคนทำงานกันเป็นเครื่องจักรขนาดนั้น จะละเอียดอ่อนได้ขนาดนี้

ฉันหลงใหลหนังญี่ปุ่นจากเรื่อง นานะ

..................................................

ความจริงเรื่องนี้มีเป็นหนังสือการ์ตูนด้วย..
ซึ่งฉันอ่านก่อนดูหนัง

ความจริง(อีกข้อ) ฉันมีปัญหาใหญ่เรื่องถ้าอ่านหนังสือก่อนดูหนัง..จะผิดหวังกับหนังที่สร้างจากหนังสือเล่มนั้น
หรือถ้าดูหนังก่อนอ่านหนังสือ...ช่วงเวลาแสนสนุกกับการรอคอยตอนจบของหนังสือก็จะหมดไป

แต่กับนานะ..

ฉันรู้สึกชื่นชมทั้งตอนที่ดูหนัง
แต่ตอนที่กรีดนิ้วผ่านหน้ากระดาษ

แปลกดีนะ..

..............................................................

นานะ แปลว่า เจ็ด

ฝรั่งถือว่าเลขเจ็ดเป็นเลขโชคดี
ก็ไม่รู้ซีว่าคนญี่ปุ่นมองแบบเดียวกันไหม...

แต่สำหรับเรื่องนานะ
เลขเจ็ดถือเป็นเลขนำโชค

ในเรื่องนี้มีนานะสองคน.. คนหนึ่งเข้มแกร่ง เชื่อมั่นในความฝัน เพื่อความฝันเธอยอมสละความรัก
อีกคนหนึ่งอ่อนหวาน อ่อนไหว มีชีวิตอยู่เพื่อความรัก

ทั้งสองคนโชคชะตานำพามาอยู่ร่วมกันในห้องเจ็ดศูนย์เจ็ด

.......................................................

ผู้หญิงสองคนที่แตกต่างกันเจ็ดย่านน้ำ

คนหนึ่งรักที่จะฝัน
อีกคนฝันที่จะรัก..

ผ่านมาเจ็ดคูณ3บวกอีก1ปี..เท่าอายุฉันพอดี
22ปีที่ผ่านมา ฉันเคยคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นจำพวกรักที่จะฝัน..

แล้วอยู่ๆไม่ทันตั้งตัว
กลายเป็นว่าความฝันที่จะรักของฉันกลับมามีอิทธิพลต่อชีวิตเหนือทุกอย่างในโลก

ฉันเริ่มคิดจริงจัง...

หรือมันถูกปลูกฝังมาในสายเลือดของผู้หญิงทุกคนในโลก..
ผู้หญิงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความรัก..

เดโชะ?

...........................................................

ฉันเคยดูถูกผู้หญิงจำพวกที่เกิดมาเพื่อเป็นเงาคนอื่น

ภรรยาที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จสามี
แฟนสาวที่ยืนตบมือให้แฟนหนุ่มข้างเวลา

แต่วันนึง..

ฉันกลับอย่างเป็นคนพวกนั้นขึ้นมา..

......................................................

ฉันคิดว่า...

มนุษย์ผู้ใดประเมินค่าความรักน้อยกว่าเจ็ดเต็ม10
เขาคงไม่เคยพบความรักที่แท้จริง..

ฉันว่านะ

ฉันคิดเอาเอง

.............................................................

สุดท้ายนี้ฉันขอเป็นกำลังใจให้นานะทั้งสอง

นานะที่ฝันที่จะรัก
และรักที่จะฝัน

นานะทั้งสองที่สิงสถิตย์อยู่ในหัวใจเพศหญิงทุกหมู่ ทุกผู้ ทุกนาม

และฉันภาวนา

ให้นานะทั้งสองในหัวใจทุกดวง..
มาบรรจบ มาพบ มาเจอกัน

ที่ทางสายกลาง

เพราะเส้นทางที่สมดุลย์นั้นย่อมนำมาซึ่งความสุขเสมอ

...........................................

สาธุ อาเมน ...
และถ้อยคำเยี่ยงนี้

อีกเจ็ดคำ

....................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

<< October >>

S

M

T

W

T

F

S

28 

29 

30 

8 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

4.
3.
4.
5.
6.
7.
8.

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

ลืมบอกไป ชั้นเลียนแบบแกด้วยแระ

ชั้นมีไดอารี่ฉบับพิเศษอีกฉบับเป็นของตัวเองแล้ว เหอๆๆๆ
นิด   
Thu 27 Sep 2007 20:43 [2]

เซ็งสุดๆ เม้นท์ยาวโคตรๆๆ โพสปุ๊ป หายปั๊ป T^T

อีกรอบแล้วกัน

-----------------

ชั้นไม่ค่อยชอบหนังสือญี่ปุ่นเท่าไหร่ อ่านมาหลายเรื่องแต่ไม่ค่อยโดน ชอบก็แต่หนังสือผีจากญี่ปุ่นนี่แระ

อย่างร้อนแรง กะเยือกเย็นก็มี ร้อนแรงนี่โอเค แต่เยือกเย็นนี่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ นางเอกเอาแต่อาบน้ำ

ไม่รู้สิ อาจเป็นเพราะชั้นเป็นพวกที่อ่านหนังสือแบบเอาสนุกเข้าว่า ไม่ได้คิดตามมากเท่าไหร่

--------------

เห็นด้วยที่การอ่านหนังสือก่อน จะทำให้เราคาดหวังสูงมากกับเวอร์ชั่นหนัง อาจเป็นเพราะ เวลาอ่านหนังสือ เราก็มีภาพของนางเอก พระเอก ฉากต่างๆอยู่ในใจแล้ว จะให้ใครมาทำได้ถูกใจมันก็ยากทีเดียว

แต่ชั้นเคยอ่านหนังสือเรื่องนึง พอเอามาสร้างเป็นหนังนี่สุดยอดทีเดียว ถ้าชัน้จำไม่ผิดจะได้ออสการ์ด้วยมั้ง เป็นหนังดราม่าขึ้นโรงขึ้นศาล แย่งสิทธิ์เลี้ยงดูลูกชาย ชื่อเรื่อง Kramer vs. Kramer

แกลองหามาดูดิ รับประกันด้วยหัวใจเลย เหอๆๆ (แต่คงหายากแระ หนังเป็นสิบปีแล้ว)

---------------

โนคอมเม้นท์ในเรื่องของความรัก เพราะชั้นก็ยังไม่รุ้ว่าชั้นเป็นประเภทไหน

แต่ที่แน่ๆ ชั้นแน่ใจว่าแฟนชั้นเป็นนานะประเภทบูชาความรัก

นึกแล้วก็สงสัยว่าแบบไหนคือชั้น

----------------

ปล.เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้แวะไปไดแกเลย แท้งกิ้วหลายๆ ที่เตือนให้มาอ่านอะไรดีๆ อีกครั้ง ^-^

ถึงจะช้า แต่อยากให้แกเขียนให้จบ คุณภาพแบบนี้ทุกฉบับ เป็นไดอารี่ขึ้นหิ้งได้เลย หึหึ
นิด   
Thu 27 Sep 2007 20:38 [1]